สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ องค์เทพ ขอหวย » หอยสังข์ กับ ประเพณี ราชประเพณี ความเชื่อ พุทธพราหมณ์

หอยสังข์ กับ ประเพณี ราชประเพณี ความเชื่อ พุทธพราหมณ์

6 มกราคม 2016
300   0

 

หอยสังข์ กับ ประเพณี ราชประเพณี ความเชื่อ พุทธพราหมณ์

          หอยสังข์เป็นหอยกาบเดี่ยวหรือหอยฝาเดียวอีกชนิดหนึ่งในทางวิชาการแบ่งออกเป็น ๓ ครอบครัวใหญ่ด้วยกัน

คือหอยสังข์แกลบ หอยสังข์หนาม และหอยสังข์แท้หรือหอยสังข์อินเดีย หอยเต้าปูนบางชนิดก็ถือว่าเป็นหอยสังข์พวกหนึ่งเหมือนกัน ในแต่ละครอบครัวยังมีการแตกลูกหลานออกไปอีกหลายชนิดรูปร่างหน้าตาแตกต่างหลากหลายกันออกไป ซึ่งตัวอย่างที่เลือกมานี้จะเป็นเปลือกหอยประเภทสวยงาม

หอยจักรนารายณ์,หอยสังข์จักรนารายณ์

เป็นหอยชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่าสังข์แกลบ แต่ชาวบ้านมักจะไม่ค่อยเติมคำว่าสังข์นำหน้าเวลาเรียกชื่อมัน หอยสังข์จักรนารายณ์จะพบเห็นได้ทั่วไปในน่านน้ำไทย และกล่าวกันว่ายังมีจำนวนไม่น้อย หอยชนิดนี้เปลือกหนาหนัก ช่องปากเปิดกว้าง ขอบปากยื่นออกเป็นแง่ง ๖ แง่ง   คนตั้งชื่อคงมองดูแล้วเห็นเป็นเหมือนรูปจักรของพระนารายณ์ ผิวนอกของหอยจักรนารายณ์ขรุขระมีสีน้ำตาลอ่อน แต้มด้วยจุดสีน้ำตาลไหม้ประปรายอยู่ทั่วไป ความยาวของเปลือกตกประมาณ ๒๐ เซนติเมตรหอยชนิดนี้  มีรูปร่างใหญ่กว่าเพื่อนและชอบอาศัยแถวๆโขดหินแถบชายฝั่งทะเลน้ำตื้น

 

หอยสังข์ กับ ประเพณี ราชประเพณี ความเชื่อ พุทธพราหมณ์

  • หอยสังข์หวี,หอยหวี

 

นักดำน้ำในบ้านเราคงจะเห็นชนิดนี้อยู่บ้างตามพื้นทะเลที่ไม่ค่อยลึกเท่าไหร่นัก แต่ปัจจุบันลดลงไปมาก เปลือกของหอยสังข์หวีจะค่อยข้างบางเบาเป็นสีครีมมีหนามแหลมๆ แทงออกมาในแนวตั้ง มองคล้ายก้างปลาหรือฟันหวีเรียงเป็นแถวตั้งแต่ปลายก้นหอยจดปลายปากที่เหยียดยาวออกไปเป็นเส้นตรง

 

ปากเปิดเป็นรูปไข่เชื่อมต่อกัน เป็นร่องยาวไปจนสุดปลายปากวัดได้ ประมาณ ๑๒ เซนติเมตร ซี่หวีหรือก้างปลานี้เปราะและหักง่ายสังข์ (หอยสังข์) นั้นประชาชนชาวไทย ต่างก็มีความนับถือกันว่าเป็นของที่เป็นอุดมมงคลอย่างสูงยิ่ง ซึ่งมักพบเห็นได้ในงานพระราชพิธีต่างๆ เช่น พระราชพิธีราชาภิเษก คือ ตอนที่พระมหาราชครูผู้เป็นประธานคณะพราหมณ์ได้ถวายน้ำมหาสังข์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ องค์ปัจจุบันและในงานพิธีมงคลต่างๆ ซึ่งจัดขึ้นในบ้านเรือนของประชาชนชาวไทยเรา เช่น งานมงคลสมรส เป็นต้น

เราก็มักจะได้พบหอยสังข์ ซึ่งใช้เป็นที่รดน้ำแก่คู่บ่าวสาว เพื่อจะให้อยู่เย็นเป็นสุข หอยสังข์นั้นนอกจากจะใช้เป็นเครื่องรดน้ำ เพื่อให้มีความสุขความเจริญแล้ว ยังใช้เป่าเพื่อให้ได้ยินเสียง เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลอีกด้วย ซึ่งมักจะได้พบเห็นอยู่ในงานพิธีกรรมต่างๆ มีงานวางศิลาฤกษ์แล้วก็จะมีการเป่าสังข์ไกวบัณเฑาะว์

หอยสังข์ กับ ประเพณี ราชประเพณี ความเชื่อ พุทธพราหมณ์

  • ความเป็นมาของสังข์

 

ส่วนประวัติและความเป็นมาของหอยสังข์ ซึ่งนิยมนับถือว่าเป็นอุดมมงคลอย่างสูงนั้น มีเรื่องเล่าเป็นปรัมปราต่อ ๆ กันมาว่า ภายหลังจากพระพรหมที่ได้สร้างโลก ร่วมกับพระเป็นเจ้าองค์อื่นๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้รับความเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างยิ่ง

จึงได้บรรทมหลับไป ในขณะที่พระพรหมบรรทมหลับอยู่นั้น พระเวทต่างๆ ได้หลั่งไหลออกมาจากโอษฐ์ของพระพรหมนั้น ในขณะนั้นได้มียักษ์ตนหนึ่งมีชื่อว่า หัยครีพ ได้ผ่านมาพบเห็นเข้า จึงได้ขโมยเอาพระเวทนั้นไปจนหมด เมื่อเรื่องนี้ได้ทราบถึงพระนารายณ์เข้า

จึงได้ติดตามหัยครีพนั้นไป เพื่อจะนำเอาพระเวทนั้นกลับคืนมา เมื่อหัยครีพเห็นเป็นการจวนตัว จึงได้กลืนพระเวทต่างๆ นั้น เข้าไว้เสียในท้องของตน พระนารายณ์จึงได้ฆ่าหัยครีพนั้น แล้วผ่าท้องเอาพระเวทนั้นกลับคืนมาจนได้

 

หอยสังข์ กับ ประเพณี ราชประเพณี ความเชื่อ พุทธพราหมณ์

         อีกเรื่องหนึ่งมีใจความเป็นตำนานมาว่า

ยักษ์ตนหนึ่งมีชื่อว่า สังข์อสูร เมื่อได้พบพระพรหม ซึ่งกำลังบรรทมหลับอยู่ และได้มีพระเวทต่างๆ ไหลออกมาจากพระโอษฐ์ของพระพรหมดังนั้น ก็ให้เกิดมีความอิจฉาขึ้นจึงได้ขโมยเอาพระเวทต่างๆ นั้นไปเสีย

 

      เพื่อจะไม่ให้พวกพราหมณ์ได้มีพระเวทเป็นเครื่องสวดอ้อนวอนพระพรหมและเทพเจ้าองค์อื่นๆได้อีกต่อไป แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง พระนารายณ์ผู้เป็นเจ้า ได้ทอดพระเนตรเห็นการกระทำของยักษ์สังข์อสูรนั้นทุกประการ

จึงได้ติดตามไปเพื่อจะเอาพระเวทนั้นกลับคืนมาเสีย เมื่อยักษ์สังข์อสูรนั้นเห็นพระนารายณ์ติดตามตนมาในระยะที่กระชั้นชิดเช่นนั้น ก็เห็นว่าเป็นการจวนตัว จึงได้กลืนพระเวททั้งหมดนั้นลงไปไว้ในท้องของตนเสีย

แล้วก็กระโดดลงไปในน้ำมหาสมุทรดำน้ำหายไปในทันที เมื่อพระนารายณ์ทรงทราบดังนั้น จึงได้เนรมิตร่างของพระองค์ให้เป็นปลาใหญ่เที่ยวค้นหาตัวยักษ์สังข์อสูร เพื่อจะจับตัวไว้ให้ได้ ก่อนที่ยักษ์สังข์อสูรนั้นจะทำลายพระเวทต่างๆ ให้หมดไปจากโลก

แต่ในที่สุด พระนารายณ์ก็ทรงจับตัวยักษ์สังข์อสูรเอาไว้ได้ แล้วจึงทวงถามเอาพระเวทคืน แต่ยักษ์สังข์อสูรนั้นไม่ได้มีการเจรจาโต้ตอบแต่ประการใด ได้แต่นิ่งเฉยอยู่เท่านั้น เมื่อพระนารายณ์ผู้เป็นเจ้าพิจารณาดูไปก็ได้ทราบว่ายักษ์สังข์อสูรได้กลืนเอาพระเวทเข้าไว้ในท้องของตน จึงได้เอาพระหัตถ์บีบที่ปากของยักษ์สังข์อสูร

จนเนื้อที่ปากนั้นปริออกมาตามระหว่างนิ้วพระองค์ แต่เมื่อทรงเห็นว่ายักษ์สังข์อสูรนั้นยังไม่ยอมคืนพระเวทอีก จึงได้ทรงเอานิ้วพระหัตถ์ล้วงเข้าไปในท้องของสังข์อสูรนั้น แล้วทรงค้นหาพระเวทซึ่งอยู่ในท้องของสังข์อสูรนั้น ในที่สุดก็ได้พบพระเวทนั้น จึงได้เอานิ้วพระหัตถ์จับพระเวทนั้น ดึงลากออกมาทางปากของยักษ์สังข์อสูร

 

เมื่อทรงเอาพระเวทกลับคืนออกมาจากท้องของยักษ์สังข์อสูร ได้จนหมดเรียบร้อยทุกพระคัมภีร์แล้ว พระนารายณ์ผู้เป็นเจ้าจึงได้ทรงสาปยักษ์สังข์อสูรนั้นว่า

“ขอให้เจ้าจงมีสภาพร่างกายเป็นอย่างนี้ และจงอยู่แต่ในน้ำสืบไป อย่าได้ขึ้นมาบนบกอีกต่อไปเลยเมื่อชาวมนุษย์จะทำการมงคลใด ๆ จึงค่อยมาจับเอาตัวเอ็งไปร่วมในงานพิธีมงคลนั้นๆด้วย”

 

\       เมื่อทรงสาปแล้ว จึงได้ทิ้งร่างของยักษ์สังข์อสูรนั้นลงไปในมหาสมุทรทันที แล้วจึงได้เอาพระเวทนั้นมาส่งคืนให้แก่พระพรหม ผู้เป็นเจ้าของเดิมทันที เมื่อยักษ์สังข์อสูรนั้นอยู่ในน้ำมหาสมุทรนั้นนานๆ เข้าจึงได้กลับกลายมาเป็นหอยสังข์ และมีสภาพเหมือนกับคำที่พระนารายณ์ท่านได้สาปไว้ทุกประการ และได้เที่ยวเร่ร่อนไปในทะเลลึก

หอยสังข์ กับ ประเพณี ราชประเพณี ความเชื่อ พุทธพราหมณ์

       เมื่อถึงเวลาจะทำพิธีมงคลต่างๆ พวกพราหมณ์จึงได้ไปจับเอาตัวไปเข้าอยู่ในพิธีมงคลนั้นๆ

      

เหตุผลที่พวกพราหมณ์ผู้ทำพิธีต่างๆ จะนำหอยสังข์นั้นมาเข้าร่วมอยู่ในงานพิธีมงคลต่างๆนั้น ก็เพราะพราหมณ์มีความเห็นว่า

๑. หอยสังข์นั้นเคยเป็นที่บรรจุพระเวทต่างๆ ไว้ในท้องของตนจนครบทุกประการ

๒. ตามบริเวณร่างกายของหอยสังข์นั้น ได้มีรอยนิ้วพระหัตถ์ของพระนารายณ์ผู้เป็นเจ้ายังปรากฏอยู่ในขณะที่พระองค์ทรงบีบปากเพื่อค้นหาคัมภีร์พระเวทเมื่อครั้งแรกนั้น ที่ปากของหอยสังข์นั้นจึงเป็นรอยยาวออกมานั้น ก็เพราะพระนารายณ์ท่านลากคัมภีร์พระเวทต่างๆ ออกมาทางปากนั้นด้วยเหตุดังที่ได้กล่าวแล้วทั้งหมดนี้เอง จึงได้นับถือว่าหอยสังข์นั้นเป็นของที่สูงและศักดิ์สิทธิ์ จึงได้นำเข้ามาร่วมในพิธีมงคลต่างๆ ตลอดมา

 

ประชาชนชาวไทย

ต่างก็มีความนัยถือ

เป็นของที่อุดมมงคลอย่างยิ่งสู.

ซึ่งมักพบเห็นได้ใน

ในงานพระราชพิธีต่างๆ

 

  • ถิ่นกำเนิดหอยสังข์

 

         หอยสังข์มีถิ่นกำเนิดในมหาสมุทรอินเดีย ตั้งแต่ชายฝั่งทะเลทางตะวันออกของทวีป แอฟริกามาทางมหาสมุทรแปซิฟิก แถบหมู่เกาะอินเดียตะวันออกจนถึงโปลินีเซีย พราหมณ์ในพระเทศอินเดียใช้บรรจุน้ำเทพมนตร์ และเป่าในพิธีกรรมของพราหมณ์

เมื่อพราหมณ์เดินทางมาสู่ดินแดนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็ได้นำลัทธิประเพณีและการประกอบพิธีกรรมต่างๆ มาปฏิบัติและเผยแพร่ ราชสำนักไทยคงรับคติความเชื่ออย่างพราหมณ์มาใช้ตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน พระมหากษัตริย์พระราชทานน้ำจากสังข์ ใบมะตูม และทรงเจิม เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่ได้รับ สังข์ที่ทรงใช้ในการพระราชพิธี พิธีต่างๆ นั้น มีลำดับการใช้ตามฐานันดรศักดิ์และเกียรติของผู้รับ

มูลเหตุที่ใช้สังข์รดน้ำและพระราชทานใบมะตูมนั้น มีตำนานกล่าวไว้ในหนังสือเทวปางของพราหมณ์ ในปางพระนารายณ์ปราบสังข์อสูร ว่า มีอสูรผีเสื้อน้ำตนหนึ่งไปลักคัมภีร์ไตรเพทของพระพรหม ซึ่งนอนหลับอยู่ริมมหาสมุทรเพื่อรอเวลาเข้าเฝ้าพระอิศวร

 

แล้วนำคัมภีร์ไปให้อสูรมัจฉา พระอิศวรรู้เหตุจึงให้พระนารายณ์อวตารไปปราบ เพื่อตามคัมภีร์ไตรเพทออกมาได้ แล้วจึงสาปสังข์ว่า ถ้ามนุษย์จะทำการมงคลพิธีก็จงเอาสังข์เข้าไปอยู่ในการพิธีนั้น ถ้าผู้ใดรดน้ำในอุทรสังข์ก็ให้เป็นมงคลกันอุบาทว์ เสนียดจัญไร

 

ทั้งนี้เนื่องด้วยปรากฏรอยนิ้วพระหัตถ์ของพระนารายณ์กดติดอยู่ตรงที่นั้น พราหมณ์จึงนำสังข์มาบรรจุน้ำเทพมนตร์ในพิธีกรรมของพราหมณ์ ส่วนประเพณีการใช้น้ำพระพุทธมนต์บรรจุในสังข์ก็โดยเหตุที่พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำ

ชาติไทย

พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามะกะ น้ำพระพุทธมนต์ที่พระราชทานนั้นก็เนื่องด้วยคติในพระพุทธศาสนา โดยประเพณีทำน้ำพระพุทธมนต์นี้ พระสงฆ์วัดชนะสงคราม จำนวน ๕ รูป เข้าไปเจริญพระพุทธมนต์เสกน้ำ ณ หอศาสตราคม ในพระบรมมหาราชวังเป็นประจำทุกวันพระ ในเวลา ๑๓ นาฬิกา ครั้งหนึ่ง และ เวลา ๑๘ นาฬิกา อีกครั้งหนึ่ง

 

         พระสงฆ์ชุดแรก เมื่อเจริญพระพุทธมนต์เสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจวัง ๒ นาย จะนำน้ำพระพุทธมนต์ส่วนหนึ่งใส่ในบาตร ๒ ใบ พร้อมกำหญ้าคา แล้วเดินนำพระสงฆ์ ๒ รูป ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ไปรอบพระมหามณเฑียร คือ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระที่นั่งไพศาลทักษิณ และ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย โดยเข้าทางประตูดุสิตศาสดาไปออกประตูสนามราชกิจ

         พระสงฆ์ชุดที่ ๒ เข้าไปเจริญพระพุทธมนต์เสร็จแล้วกลับ น้ำพระพุทธมนต์นี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายราชูปโภคเก็บรักษาไว้สำหรับเชิญไปถวายพระมหากษัตริย์ เป็นน้ำสรงพระพักตร์ประจำวันเป็นราชประเพณีสืบมา และใช้บรรจุในพระมหาสังข์ถวายเพื่อพระราชทานในพระราชพิธีต่างๆ ดังกล่าวมาแล้ว

 

 

หอยสังข์ กับ ประเพณี ราชประเพณี ความเชื่อ พุทธพราหมณ์

 

 

 

 

 

Related posts: