สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ องค์เทพ ขอหวย » พระตรีมูรติมหาเทพยิ่งใหญ่แห่งจักรวาลประทานความสมหวังทุกสิ่ง

พระตรีมูรติมหาเทพยิ่งใหญ่แห่งจักรวาลประทานความสมหวังทุกสิ่ง

7 กุมภาพันธ์ 2016
91   0

พระตรีมูรติมหาเทพยิ่งใหญ่แห่งจักรวาลประทานความสมหวังทุกสิ่ง

พระตรีมูรติ มหาเทพยิ่งใหญ่แห่งจักรวาลประทานความสมหวังทุกประการ

 

“พระตรีมูรติ” เป็นเทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะมีศักดิ์สูงสุดในศาสนาพราหมณ์เนื่องจากเป็นการรวมของมหาเทพที่ยิ่งใหญ่ถึง ๓ พระองค์ด้วยกัน คือ พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ

ตรีมูรติ มาจากคำว่า  ตรี  หมายถึงสาม และคำว่า  มูรติ  หมายถึงรูปแบบ ดังนั้นคำว่า ตรีมูรติ  จึงหมายถึง รูปแบบของพระผู้ เป็นเจ้าทั้งสามพระองค์ ประกอบด้วย พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ เป็นหนึ่งในลัทธิที่สำคัญในศาสนาพราหมณ์ หากมองตามหลักปรัชญาคือ พระผู้สร้าง พระผู้รักษา  และพระผู้ทำลาย เปรียบได้กับหลักธรรมที่ว่า

 

เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

 

  • การกำเนิด “พระตรีมูรติ”

 

มีกล่าวกันไว้หลายตำแหน่งต่างๆ กัน และมักจะเข้าใจว่าพระตรีมูรติเป็นภาครวมทั้งสามพระองค์ในร่างเดียวกัน เรียกว่า

ทัตตาเตรยะ  (Dattatreya) คำว่า                                                                                                                          ทัตตา (Datta) หมายถึง                                                                                                                                                       การมอบให้พระผู้เป็นเจ้าทั้งสามพระองค์                                                                                                                           ส่วนคำว่า เตรยะ (treya)                                                                                                                                     หมายถึง ผู้เป็นบุตรแห่งฤๅษีอัตริหรือเตรยะ

 

 

พระตรีมูรติมหาเทพยิ่งใหญ่แห่งจักรวาลประทานความสมหวังทุกสิ่ง

       อันเป็นอวตารของมหาเทพ ทั้งสามพระองค์ บ้างก็กล่าวว่า คือองค์พระนารายณ์

 

เรื่องเล่าเกี่ยวกับพระตรีมูรติมีอยู่ว่า  มีฤๅษีนามว่า “อณิมาณฑวย”  (อะ-นิ-มาน-ทะ-วยะ) กำลังนั่งสมาธิบำเพ็ญตบะอยู่นั้นได้มีโจรกลุ่มหนึ่งกำลังหนีเจ้าหน้าที่ผ่านมาทางนั้นพอดี แต่ฤๅษีอยู่ในฌานสมาธิจึงไม่ยอมปริปากพูดใดๆ ทำให้เจ้าหน้าที่คิดว่าฤๅษีเป็นโจรเสียเองจึงได้จับตัวมาลงโทษและถูกเจ้าเมืองสั่งประหาร โดยการเสียบตรีศูลไว้บนยอดเขาแห่งหนึ่งแต่ฤๅษีขณะนั้นยังไม่ตาย

ระหว่างนั้นนางศีลวตี ภรรยาที่ซื่อสัตย์ต่อสามีชื่อ “อุครศรวัส” กำลังแบกสามีให้ขี่คอตนเอง และกำลังเดินทางผ่านเขาลูกนั้นพอดีเพื่อจะหานาง อนุสูรยา ซึ่งเป็นเพื่อนรักกัน ประกอบกับวันนั้นมีฝนตกหนักทำให้การเดินทางลำบาก สามีของนางจึงกล่าวโทษฤๅษี (อณิมาณฑวย) หาว่าเป็นตัวต้นเหตุให้ฝนตก เมื่อฤาษีได้ยินเข้า ก็ไม่พอใจ แม้กำลังจะใกล้ตายก็ไม่วายสาปแช่งให้ศรีษะของอุครศรวัสตกเป็นเจ็ดเสี่ยงยามใดที่พระอาทิตย์ขึ้น

 

          นางศีลวตีได้ยินคำสาปเข้า ก็ไม่ยอมให้สามีเป็นเช่นนั้น จึงได้ตั้งจิตอธิษฐานขอให้พระอาทิตย์ไม่ขึ้นอีกเลย ซึ่งคำอธิษฐานได้บังเกิดผลทำให้พระอาทิตย์ไม่ขึ้น จึงเดือดร้อนกันไปทั่วทั้งสามโลก

          ความแจ้งไปยัง พระพรหม พระศิวะ และพระนารายณ์ แต่ก็ไม่สามารถจะช่วยใดๆ ได้ เว้นแต่ว่าขอให้นางศีลวตีถอนคำอธิฐานนั้นเสีย

ดังนั้น ทั้งสามพระองค์จึงได้เสด็จไปหานางอนุสูรยาก่อน เพื่อให้นางไปขอร้องนางศีลวตีถอนคำอธิฐานอีกครั้ง ในระหว่างไปพบนางอนุสูรยานั้น สามีนางคือ “อรติ” ไม่อยู่บ้าน โดยทำท่าว่าขออาหารจากนางอนุสูรยา นางยินยอมทำตามที่ร้องขอ  แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่า นางจะต้องจัดอาหารให้โดยปราศจากอาภรณ์เหมือนหนีเสื้อปะจระเข้  เพราะว่าผู้หญิงใดเปลื้องอาภรณ์ต่อหน้าผู้อื่นที่ไม่ใช่สามี ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ซื่อสัตย์ แต่นางไม่อยากผิดคำมั่นสัญญา อีกทั้งคำร้องขอที่แปลกประหลาดนี้ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน ซึ่งอาจเป็นกลลวงอะไรสักอย่างได้ เมื่อได้เล็งเห็นเช่นนั้นนางจึงนึกถึงสามีและอธิษฐานที่นางอยากกระทำลงไป ไม่ได้เป็นสิ่งยั่วยวนหรือกามราคะใดๆ

 

พระตรีมูรติมหาเทพยิ่งใหญ่แห่งจักรวาลประทานความสมหวังทุกสิ่ง

        เมื่อทั้งสามพระองค์ร้องขอออกมาว่า “โอ้มาตา โปรดให้อาหารแก่เราเถอะ”

 

ประโยคนี้ทำให้นางตัดสินใจคิดเสียว่าทั้งสามพระองค์คือบุตรของนาง ด้วยความเมตตานางจึงเปลื้องอาภรณ์ออก ทันใดนั้นพระผู้เป็นเจ้าทั้งสาม ก็กลับกลายร่างเป็นทารกน้อยทั้งสาม นางอสูรยาจึงให้น้ำนมและอาหารจนอิ่มหลับไป

เมื่อสามีของนางอสูรยากลับมาเห็นเข้าและรับทราบเรื่องราวทั้งหมด จึงได้เข้าไปดูและปลุกขึ้นเพื่อชื่นชม แต่แล้วปรากฏว่าทารกน้อยกลับมากลับกลายร่างเป็นพระผู้เป็นเจ้าทั้งสามดังเดิม พระองค์ทรงสรรเสริญนางที่มีความเมตตา  และร้องขอให้นางอนุสูรยาไปบอกนางศีลวตี

 

เพื่อขอให้ถอนคำอธิษฐานนั้นเสีย โดยที่สามีนาง (อุครศรวัต) จะไม่ตาย นางศิลวตีเมื่อรับรู้เรื่องราวจึงยินยอมแต่โดยดี ทั้งสามพระองค์จึงตรัสถามนางอนุสูรยาว่าต้องการขอพรสิ่งใด

 

นางทูลขอให้พระผู้เป็นเจ้าทั้งสามพระองค์ เกิดเป็นบุตรของนางในภายภาคหน้า ทั้งสามพระองค์จึงได้ประทานพรตามคำขอ โดยที่พระนารายณ์เกิดเป็นพระทัตตาเตรยะ  พระศิวะเกิดเป็นพระทุรวาสัส  และพระพรหมเกิดเป็นพระจันทร์

Related posts: