สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ องค์เทพ ขอหวย » คนมีองค์ สามารถติดสื่อสารกับองค์เทพได้จริงหรือไม่

คนมีองค์ สามารถติดสื่อสารกับองค์เทพได้จริงหรือไม่

10 กุมภาพันธ์ 2016
304   0

 

คนมีองค์ สามารถติดสื่อสารกังองค์เทพได้จริงหรือไม่

         แล้วเรื่องเทพ องค์ท่านมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ เพราะคนที่มีองค์ คนที่เป็นร่างทรงนั้นล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีวิถีกรรมที่เคยผูกพันช่วยเหลือกันมาตั้งแต่อดีตชาติ

        ดังนั้นท่านเหล่านั้นจึงไม่ต้องการให้คนของท่านตกลงไปในทางที่ชั่วร้าย ท่านต้องการให้คนของท่านประกอบกรรมดีเพื่อนำพาตนเองและครอบครัวไปในทิศทางบุญเพื่อความสุขความเจริญที่ยั่งยืน และเป็นความสุขอย่างแท้จริง เพราะคนที่มีองค์และร่างทรงนั้นต้องปฏิบัติแต่กรรมดีและเป็นการสร้างบารมีให้กับคนเอง

         และเมื่อตนเองปฏิบัติแล้วก็ย่อมที่จะชักชวนให้คนใกล้ชิดปฏิบัติไปด้วย และโลกในปัจจุบันนี้สิ่งยั่วยุทำให้เกิดกิเลสตัณหาและความมัวเมานั้นมีมากมายหลายรูปแบบเหลือเกิน คนถ้าไม่มีกฎไม่มีระเบียบ ไม่มีหลักที่ดีที่จะให้ยึดถือชีวิตแล้วล่ะก็ย่อมที่จะเคว้งคว้างและถูกชักนำได้โดยง่าย

 

         การมีองค์นั้นไม่ได้หมายความว่า

          คนที่มีองค์นั้นจะต้องเป็นร่างทรงไปเสียหมดทุกคนไป บางคนก็แค่รับรู้ว่าตัวเองเป็นคนมีองค์ บางคนก็ทำพิธีรับขันธ์เท่านั้น ไม่จำเป็นว่าที่จะต้องเป็นร่างทรงเสมอไปถ้าคนไม่ได้ถูกกำหนดมาให้เป็นร่างทรง แต่การที่เป็นคนมีองค์หากต้องการจะทำให้ชีวิตประสบความสุข ความสำหวัง และความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าที่การงานหรือเรื่องของความรัก เรื่องครอบครัวและละก็ไม่ใช่แค่เพียงการรับขันธ์มาตั้งวางไว้บนหิ้งเฉยๆ ปล่อยให้ยากไย่แมงมุมเกาะมีแต่ฝุ่นขึ้นเต็มไปหมด พอถึงปีทีก็เอาลงมากราบไหว้บูชาที อย่างนั้นการมีองค์ก็คงไม่มีประโยชน์ไม่สมารถที่จะช่วยอะไรได้

คนมีองค์ สามารถติดสื่อสารกังองค์เทพได้จริงหรือไม่

          การเป็นคนมีองค์ หมายถึง การที่คุณเป็นคนพิเศษที่มีเทพเทวดาคอยให้ความเมตตาปกป้องคุ้มครองป้องจากภยันตรายต่างๆ ให้

 

           แต่ทั้งนี้หากตัวของคุณเองเป็นคนบาปหนามีจิตใจชั่วร้ายไม่รู้จักกลัวเวรกรรม ไม่เชื่อในเรื่องของกฎแห่งกรรม ไม่รู้จักบาปบุญคุณทา แล้วละก็คงจะไม่มีองค์เทพพรหมองค์ไหนที่ท่านจะคอยอยู่เพื่อปกป้องคุ้มภัยให้กับคุณเป็นแน่แท้ หากอยากให้เทวดารักษา เราก็ต้องเป็นคนดี ทั้งภายนอกและภายใน ไม่ใช่ทำความดีเพื่อเอาหน้า แต่จิตใจแฝงไว้ด้วยความอาฆาตมาดร้าย หรือทำเพื่อหวังผลประโยชน์เท่านั้น ดวงตาสวรรค์มองได้ทะลุยิ่งกว่าดวงตามนุษย์ ไม่ว่าใครจะเป็นเช่นไร เบื้องบนท่านรู้ ท่านเห็นหมด ไม่จำเป็นต้องมีใครไปบอกหรือฟ้อง ทุกสิ่งทุกอย่างที่กระทำ

        หรือแม้แต่จะคิดก็ปรากฏออกมาในรูปของกรรมหมด สิ่งที่ทำลงไป คิดลงไป ไม่ว่าดี หรือชั่ว เราคิดว่าคนอื่นไม่รู้ ไม่เห็น เรื่องเบื้องบนเรื่องสวรรค์ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่า มีจริง เห็นจริง และเวรกรรมจะตามติดสนองได้แน่จริงหรือไม่ แต่อย่าลืมว่า ที่รู้หมด เห็นหมด ที่กระทำอยู่ก็คือตัวเราเอง ใครคนอื่นไม่รู้ไม่เห็น แต่เราเองรู้เห็นหมดในสิ่งที่เราทำลงไปทุกอย่าง

       และถ้าหากว่าเราทำสิ่งที่ไม่ดีลงไป ลึกๆ ลงไปใต้จิตสำนึกของความเป็นคนของเราจะไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ เราไม่ละอายต่อบาป ไม่มีสำนึกรับผิดชอบชั่วดี ไม่ละอายต่อความผิดที่เราได้ทำลงไปแม้แต่สักน้อยนิดเลยเชียวหรือ คำตอบนี้คงไม่มีใครที่สามารถที่จะตอบแทนเราได้นอกจากตัวเราเท่านั้น สิ่งที่เราคิดและเราทำนั้นมันจะเป็นตัวชี้วัดหรือบ่งบอกว่าแท้จริงแล้วในกมลสันดานของคนๆ นั้นแท้จริงเป็นเช่นไร

 

          เพราะเนื้อในของคนเรานั้นไม่อาจที่จะปรุงแต่งได้เหมือนกับรูปลักษณ์ภายนอกที่สามารถจะปรุงแต่ง และแสดงออกมาเพื่อที่จะตบตาคนอื่นได้ แต่หากบุคคลใดที่รู้จักความละอายใจ รู้จักคำว่าบาปกรรมแล้วละก็ หากเขาได้กระทำสิ่งใดเป็นการผิด และเป็นการสร้างบาปกรรมให้เกิดขึ้นแล้วละก็ เขาผู้นั้นก็จะมีความรู้สึกผิด รู้สึกละอายใจอยู่ตลอดเวลาโดยที่ไม่มีใครต้องมาคอยชี้หน้าด่าประณาม เขาจะมีความรู้สึกที่ไม่เป็นสุขเอง

องค์เทพ ร่างทรง คนมีองค์

           โลกของเราทุกวันนี้มีทั้งภัยจากความแปรปรวนทางธรรมชาติและภัยร้ายจากมนุษย์ด้วยกันเอง คนมีองค์ทั้ง

หลายมีความเชื่อกันว่า ที่มีองค์ มีร่างทรงเกิดขึ้นอย่างมากมาย ก็เพราะว่าเบื้องบนท่านอยากให้อานิสงค์ผลบุญที่ได้ตั้งใจสร้างที่ได้ตั้งใจปฏิบัตินั้น

 

          นอกจากจะส่งผลให้ตัวของผู้กระทำเองมีความสุขความเจริญแล้วยังจะส่งผลให้คนโดยรวมในสังคม และประเทศชาติมีความสงบร่มเย็น เพราะการสวดภาวนาของคนเหล่านี้ในปัจจุบันนี้ไม่ได้มุ่งเน้นสวดภาวนาให้เฉพาะตัวเองและมวลมิตรเท่านั้นแต่ยังสวดเผื่อแผ่และขอพรให้ประเทศพบกับความสุขสงบอีกด้วย เพราะพวกเขาเหล่านั้นเชื่อว่า ที่สิ่งต่างๆ มีความแปรปรวนเช่นทุกวันนี้ เป็นเพราะพระเจ้าลงโทษ และคนดี คนที่ประกอบกรรมดี คนมีบุญบารมีเท่านั้นจะรอดพ้นจากภัยพิบัตินี้ไปได้ ไม่ว่าจะรอดพ้นจากภัยทางธรรมชาติหรือเศรษฐกิจ

        เพราะพวกเขาเหล่านั้นมีความเชื่อว่ากรรมใดสมัยนี้ติดจรวจ ไม่ว่าใครจะทำชั่วหรือทำความดี กรรมจากสิ่งที่ได้กระทำไว้นั้นจะส่งผลกลับมาอย่างรวดเร็ว

        หรือแม้แต่จะคิดก็ปรากฏออกมาในรูปของกรรมหมด สิ่งที่ทำลงไป คิดลงไป ไม่ว่าดี หรือชั่ว เราคิดว่าคนอื่นไม่รู้ ไม่เห็น เรื่องเบื้องบนเรื่องสวรรค์ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่า มีจริง เห็นจริง และเวรกรรมจะตามติดสนองได้แน่จริงหรือไม่ แต่อย่าลืมว่า ที่รู้หมด เห็นหมด ที่กระทำอยู่ก็คือตัวเราเอง ใครคนอื่นไม่รู้ไม่เห็น แต่เราเองรู้เห็นหมดในสิ่งที่เราทำลงไปทุกอย่าง

       และถ้าหากว่าเราทำสิ่งที่ไม่ดีลงไป ลึกๆ ลงไปใต้จิตสำนึกของความเป็นคนของเราจะไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ เราไม่ละอายต่อบาป ไม่มีสำนึกรับผิดชอบชั่วดี ไม่ละอายต่อความผิดที่เราได้ทำลงไปแม้แต่สักน้อยนิดเลยเชียวหรือ คำตอบนี้คงไม่มีใครที่สามารถที่จะตอบแทนเราได้นอกจากตัวเราเท่านั้น สิ่งที่เราคิดและเราทำนั้นมันจะเป็นตัวชี้วัดหรือบ่งบอกว่าแท้จริงแล้วในกมลสันดานของคนๆ นั้นแท้จริงเป็นเช่นไร

 

          เพราะเนื้อในของคนเรานั้นไม่อาจที่จะปรุงแต่งได้เหมือนกับรูปลักษณ์ภายนอกที่สามารถจะปรุงแต่ง และแสดงออกมาเพื่อที่จะตบตาคนอื่นได้ แต่หากบุคคลใดที่รู้จักความละอายใจ รู้จักคำว่าบาปกรรมแล้วละก็ หากเขาได้กระทำสิ่งใดเป็นการผิด และเป็นการสร้างบาปกรรมให้เกิดขึ้นแล้วละก็ เขาผู้นั้นก็จะมีความรู้สึกผิด รู้สึกละอายใจอยู่ตลอดเวลาโดยที่ไม่มีใครต้องมาคอยชี้หน้าด่าประณาม เขาจะมีความรู้สึกที่ไม่เป็นสุขเอง

องค์เทพ ร่างทรง คนมีองค์

           โลกของเราทุกวันนี้มีทั้งภัยจากความแปรปรวนทางธรรมชาติและภัยร้ายจากมนุษย์ด้วยกันเอง คนมีองค์ทั้งหลายมีความเชื่อกันว่า ที่มีองค์ มีร่างทรงเกิดขึ้นอย่างมากมาย ก็เพราะว่าเบื้องบนท่านอยากให้อานิสงค์ผลบุญที่ได้ตั้งใจสร้างที่ได้ตั้งใจปฏิบัตินั้น

 

          นอกจากจะส่งผลให้ตัวของผู้กระทำเองมีความสุขความเจริญแล้วยังจะส่งผลให้คนโดยรวมในสังคม และประเทศชาติมีความสงบร่มเย็น เพราะการสวดภาวนาของคนเหล่านี้ในปัจจุบันนี้ไม่ได้มุ่งเน้นสวดภาวนาให้เฉพาะตัวเองและมวลมิตรเท่านั้นแต่ยังสวดเผื่อแผ่และขอพรให้ประเทศพบกับความสุขสงบอีกด้วย เพราะพวกเขาเหล่านั้นเชื่อว่า ที่สิ่งต่างๆ มีความแปรปรวนเช่นทุกวันนี้ เป็นเพราะพระเจ้าลงโทษ และคนดี คนที่ประกอบกรรมดี คนมีบุญบารมีเท่านั้นจะรอดพ้นจากภัยพิบัตินี้ไปได้ ไม่ว่าจะรอดพ้นจากภัยทางธรรมชาติหรือเศรษฐกิจ

        เพราะพวกเขาเหล่านั้นมีความเชื่อว่ากรรมใดสมัยนี้ติดจรวจ ไม่ว่าใครจะทำชั่วหรือทำความดี กรรมจากสิ่งที่ได้กระทำไว้นั้นจะส่งผลกลับมาอย่างรวดเร็ว

      การที่คนบางส่วนไม่อยากที่จะเข้าวัดทำบุญกับพระสงฆ์นั้นก็เพราะเขาเหล่านั้นคิดว่าหากไปทำบุญกับพระรูปที่ไม่มีการปฏิบัติที่ถูกควร ไม่มีศีลหรือมีความประพฤติที่ไม่เหมาะสมแล้วละก็บุญที่มีความตั้งใจมาทำนั้นตนเองจะไม่ได้รับ หรือบุญที่ตั้งใจจะอุทิศให้ใครผู้นั้น ไม่ว่าจะเป็นบรรพบุรุษหรือเจ้ากรรมนายเวร บุคคลเหล่านั้นก็จะไม่ได้รับผลบุญที่ตนเองตั้งใจที่จะอุทิศไปให้ และเพราะความที่มีข้อกังขา ความที่เสื่อมเสียแล้วศรัทธาที่พึงมีทำให้ขาเหล่านั้นบางคนถึงกับเลิกที่จะเข้าวัดไปเลยก็มี

หากตัวของคุณเอง

เป็นคนบาปหนามีจิตใจชั่วร้าย ไม่รู้จักกลัว

กรรมเวร ไม่รู้จักบาปบุญ คุณโทษ

คงไม่มีเทพพรหมองค์ไหนท่านจะคอยอยู่เพื่อ

ปกป้องคุ้มภัยให้กับคุณเป็นแน่แท้

 

องค์เทพ ร่างทรง คนมีองค์

         เป็นเพราะคนเราส่วนมากล้วนแล้วแต่ต้องการหลักในการยึดเหนี่ยวและชี้นำจิตใจ พอไม่เข้าวัดแล้วก็ย่อมที่จะแสวงหาหลักที่จะมาช่วยยึดที่จะมาชี้นำแนวทางในการดำเนินชีวิตกันต่อไป หากคนที่ถึงไม่ได้ไปวัดแต่ก็ยังยึดถือธรรมะเป็นหลักในการปฏิบัติและชี้แนวทางในการดำเนินชีวิตอยู่ก็ดีไป

 

         แต่บางคนก็หันกลับไปสู่ความเชื่อตามวิถีดั้งเดิมของเรานั่นก็คือความเชื่อในเทพเจ้า

Related posts: