สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ องค์เทพ ขอหวย » ตีแผ่ แฉความจริง ร่างทรงสามารถรู้เห็นได้ทุกเรื่องหรือไม่

ตีแผ่ แฉความจริง ร่างทรงสามารถรู้เห็นได้ทุกเรื่องหรือไม่

16 กุมภาพันธ์ 2016
257   0

ตีแผ่ แฉความจริง ร่างทรงสามารถรู้เห็นได้ทุกเรื่องหรือไม่

คนที่เป็นร่างทรงไม่สามารถทุกเรื่อง

 

บางเรื่องก็ใช่ว่าจะรู้จะเห็น ทั้งนี้เช่นบางเรื่องตัวของคนที่เข้ามาหาให้ช่วยเหลือนั้นมีกรรมหนักที่เจ้ากรรมนายเวรเขาไม่ยอมปลดไม่ยอมปล่อย เขาไม่ต้องการให้รู้ เขายังมีความอาฆาตพยาบาทอยู่ ก็ไม่สามารถมองเห็นหรือรู้ได้ว่าเพราะอะไรจึงมีเคราะห์กรรมเช่นนี้ หรือบางทีรู้เห็น แต่เจ้ากรรมนายเวรเขาไม่ให้พูด ก็ไม่สามารถที่จะพูดหรือบอกได้

 

เพราะจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องของตัว การที่เอาตัวเองไป สอดในสภาวะกรรมของคนอื่นนั้นไม่สามารถที่จะกระทำได้ ไม่ว่าจะเป็นร่างของเทพองค์ใดก็ตาม

       เพราะกรรมของใครผู้ใดเป็นคนที่ก่อกรรมนั้น ผู้นั้นก็ต้องชดใช้ด้วยตัวเอง จะมาใช้แทนกัน หรือใช้อำนาจหรืออิทธิพลใดๆ มาทำให้กรรมนั้นหายไปไม่สามรถที่จะทำได

       แต่การที่จะช่วยเขานั้นก็ทำได้แต่เสนอแนะแนวทางให้เขาเท่านั้นเพื่อให้กรรมนั้นบรรเทาหรือเบาบางลง เสนอแนวทางในการทำบุญเพื่อขอโทษ เพื่อไถ่โทษ เพื่อเป็นการขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวร เพื่อให้เขาลดซึ่งความพยาบาทปองร้ายลง และเพื่อการอโหสิกรรมต่อกันในที่สุด

 

       การรู้เห็นในสิ่งในเรื่องใดก็ตามของร่างทรงนั้นไม่สามารถที่จะกำหนดได้ว่าต้องรู้เห็นหมดทุกเรื่อง ไม่สามารถที่จะเลือกได้เองว่าเรื่องใดบ้างที่สามารถหยั่งรู้ได้และเรื่องใดที่ไม่สามารถที่จะรู้ได้ บางเรื่องต้องการรู้แทบตายแต่กลับไม่รู้ทุกอย่างเงียบสนิท ไม่ว่าจะถามสักกี่ครั้งก็ไม่สามรถที่จะรู้เห็นได้ แต่ในบางเรื่องไม่ต้องการที่จะรู้เลยแต่สักนิด แต่กลับรู้บางเรื่อง ก็สามารถตอบข้อซักถามได้อย่างหมดจดละเอียดตลอด

       แต่ในบางครั้งก็สามารถที่จะตอบได้เพียงสั้นๆ ไม่ว่าจะซักถามต่ออย่างไรก็ไม่สามรถรู้ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเพราะองค์ท่านต้องการให้รู้เพียงเท่านั้น เพราะบารมีของร่างไม่มากพอจึงมาสารถที่จะสื่อกับท่านได้เต็มที่ เปรียบได้กับเป็นเครื่องรัยสัญญาณคุณภาพต่ำจึงไม่สามารถที่จะรับสิ่งที่ท่านสื่ออกมาได้ทั้งหมด เพราะสภาพจิตใจของคนเป็นร่างไม่นิ่งพอ หรือไม่มีสมาธิก็จะทำให้ไม่สามารถที่จะสื่อกับท่านได้เช่นกัน

 

และสำหรับบางร่างบางท่านที่ไม่สามารถที่จะควบคุมตนเองได้ดีพอ การลงประทับของท่านก็อาจเป็นการลงประทับเต็ม คือคนที่เป็นร่างจะไม่สามารถที่จะฝืนหรือบังคับตัวเองได้เลยว่าตนเองกำลังทำอะไร

 

ตีแผ่ แฉความจริง ร่างทรงสามารถรู้เห็นได้ทุกเรื่องหรือไม่

 

ร่างทรงไม่ใช่ผู้วิเศษ

 

         ร่างทรงก็คือมนุษย์เดินดินธรรมดานี่เอง ไม่มีอำนาจวิเศษใดๆ ที่จะหยั่งรู้เรื่องราวต่างๆ ได้เอง ร่างทรงไม่ได้มีอำนาจเหนือมนุษย์ใดๆ ที่แค่เห็นหรือมองหน้าใครและสามารถที่จะหยั่งรู้เรื่องราวของเขาได้หมด ไม่สามารถที่จะไปรู้ชีวิตของเขาได้ว่าจะเป็นอย่างไร จากการเดินผ่านหรือแค่ได้เห็นหน้าหรือได้ยินเสียง

         เพราะเท่าที่เคยพบมาบางคนก็มีความวิตกกังวลจนเกินไปว่า ร่างทรงจะรู้เห็นในสิ่งที่ตนเคยทำผิดพลาดไปในอดีต สิ่งที่ตัวเองปกปิดเอาไว้เป็นความลับแม้แต่คนใกล้ชิดก็ไม่รู้ แล้วนำเอามาพูดให้ตนเองได้รับความอับอายจนเวลาที่มีปัญหาก็ไม่กล้าที่จะไปปรึกษาร่างทรง และจริงๆ แล้วหากเนื้อแท้ของคนที่เป็นร่างนั้นเป็นคนที่มีจิตใจดีแล้วละก็ถึงเขาจะรู้จะเห็นสิ่งเหล่านั้นเขาก็จะไม่พูดออกมาต่อหน้าธารกำนัลแต่จะพยายามพูดเป็นนัยให้คุณรู้เอาเองว่า สิ่งที่คุณกลัวอยู่ในใจแต่ไม่สามารถที่จะพูดออกมาได้นั้นสามารถแก้ไขได้หรือไม่

         หรือต้องได้รับการแก้ไขหรือสะสางปมในอดีตของคุณนั้นอย่างไรมากกว่าที่จะนำมาพูดในท่ามกลางคนหมู่มากให้คุณได้รับความอับอาย เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเก่งตนแน่ที่สามารถรู้ความลับของคนอื่น โดยไม่คิดว่าเขานั้นจะได้รับความอับอายและมีผลกระทบตามมาจาการเปิดเผยความลับนั้น

 

ตีแผ่ แฉความจริง ร่างทรงสามารถรู้เห็นได้ทุกเรื่องหรือไม่

 

การกระทำแบบนั้นของคนที่เป็นร่างทรงแทนที่จะเป็นสร้างเสริมบุญบารมีให้กลับตนเอง กลับกลายเป็นการก่อกรรมให้กับตัวเองแทน

 

ร่างทรงไม่สามารถที่จะใบ้หวยได้ หากองค์เทพท่านสามารถที่จะให้หวยได้ร่างทรงทุกคนก็คงจะร่ำรวยกันหมดทุกคนเป็นแน่แท้ เพราะร่างทรงของท่านนั้นจะพากันถูกหวยทุกงวด ถ้าท่านสามารถที่จะให้เลขเด็ดได้จริง แล้วทำไมท่านจึงจะไม่ให้ร่างของท่านก่อน

       หากผู้คนคิดได้อย่างนี้ก็คงไม่มีคนแห่ไปขอหวยที่ตำหนักโน้นตำหนักนี้เป็นแน่ หากจะพิจารณาตามความเป็นจริงที่ว่า หากให้หวยได้จริงแล้วทำไมไม่บอกให้ร่างซื้อ ทำไมร่างถึงไม่ถูกหวยกันทุกงวด ผู้คนก็คงจะไม่งมงายไปขอเลขเด็ดตามตำหนักต่างๆ กัน

การที่จะได้เลขหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับจังหวะของชีวิตหรือดวงของแต่ละคนเท่านั้น ว่าดีหรือไม่กำลังมีโชคลาภอยู่หรือไม่ ไม่ใช่เป็นเพราะเทพองค์ไหนประทานมาให้ เพราะหากคุณไม่มีโชค ไม่มีวาสนาพอถึงท่านจะให้ตัวเลขแม่นสักเพียงใด คุณก็ต้องมีอันต้องพลาดไปในการที่จะหาซื้อตัวเลขนั้นอยู่ดีไม่ว่าจะเป็นเพราะว่าหาซื้อไม่ได้ หรือลืมว่าท่านให้เลขอะไรมา หรือบางทีลืมซื้อไปเลย พอนึกได้อีกทีก็เลยเวลาแล้ว

บางคนถึงขนาดว่าซื้อแล้วแต่ก็ทำหายไปทั้งนี้ก็เพราะดวงของคุณเองจริงๆ แล้วหากคุณกำลังจะมีโชคคุณไม่จำเป็นที่จะต้องไปเสาะแสวงหาที่ไหน เพราะหากโชคดีจะมาเยือนคุณไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนกำลังทำอะไรอยู่คุณก็จะได้รับโชคของคุณอย่างแน่นอน พอเวลาของคุณมาถึงคุณแค่นอนหลับอยู่ที่บ้านสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านจะประทานตัวเลขมาให้คุณในรูปแบบของความฝันที่แปลกๆ เอง หรือไม่คุณอาจพบกับตัวเลขนั้นโดยความบังเอิญเช่นซื้อผลไม้มาทานแต่พอปอกเปลือกออกมาในผลไม้ก็มีเส้นบางๆ คล้ายกับตัวเลขขึ้นอยู่ พอคุณนำตัวเลขดังกล่าวไปซื้อแล้วปรากฏว่าคุณถูกอย่างไม่น่าเชื่อ

         การให้เลขเด็ดหรือการใบ้หวยนั้นเป็นการหว่านมากกว่า เพราะดวงของทุกคนใช่ว่าจะเหมือนกันหมด การที่จะมีโชคหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับร่างทรงตำหนักไหน เพราะตัวเลขที่ได้ไปก็ตัวเดียวกันขึ้นอยู่กับแต่ละคนที่เขานำไปพลิกแพลงจังหวะมีโชคก็ถูกกันไปแล้วเอาไปร่ำลือกันว่าให้หวยแม่น หากมาคิดกันดีๆ แล้วตัวเลขที่ได้ไปซื้อกันตรงๆ เลยหรือไม่ หรือต้องนำไปพลิกแพลงอีกหลายตลบกว่าจะได้กว่าจะถูก

จะตัวเลขมาก็ออกจะแม่นตัวเองผิดเองที่ไม่รู้จักพลิกแพลงที่คนอื่นได้ไปก็ตัวเลขเดียวกันเขายังถูก งวดหน้าไปขอใหม่เป็นอย่างนี้เรื่อยๆ พอถูกร่ำลือกันว่าให้หวยแม่นพอไม่ถูกก็โทษตัวเอง นี่คือวัฏจักร ของคนบ้าหวยที่เห็นตามตำหนักต่างๆ

 

ตีแผ่ แฉความจริง ร่างทรงสามารถรู้เห็นได้ทุกเรื่องหรือไม่

 

ถ้าหากร่างทรงรู้ได้ทุกเรื่อง ถ้าอย่างนั้นหากเขาต้องการที่จะรู้เรื่องของใครก็แค่หลับตาเดี๋ยวก็รู้หมดเห็นหมดตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

 

ซึ่งจริงๆ แล้วไม่มีร่างไหนหรอกที่จะทำได้ขนาดนั้น เพราะจริงๆ แล้วแม้แต่ชีวิตของตนเองยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นอย่างไร รู้แต่หากพวกทำตามที่องค์เบื้องบนท่านให้ทำแล้วชีวิตจะดีเอง อย่างไรเสียเบื้องบนก็จะใหความคุ้มครอง

 

 

แต่ไม่ใช่ว่าคนมีองค์คนที่เป็นร่างทรงจะไม่รู้จักเจ็บป่วย หรือไม่รู้จักตาย ร่างทรงก็เป็นคนธรรมดาที่มีกรรมเป็นที่ตั้งเหมือนกัน เมื่อคราวเคราะห์มาถึงวาระที่ต้องรับกรรมที่มีอยู่ก็ต้องรับกรรมเหมือนกันเช่นเดียวกันกับคนทั่วไป เพียงแต่ว่าองค์ท่านจะช่วยให้เคราะห์กรรมนั้นไม่หนักนักเท่านั้นเอง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของตัวเองด้วย เช่น คนที่เป็นร่างถึงคราวที่จะถูกรถชนให้บาดเจ็บหนัก แต่เพราะเป็นร่างที่ปฏิบัติสร้างบุญไว้มากก็แค่จะบาดเจ็บเล็กน้อยหรือแค่ขัดยอกเท่านั้นไม่ถึงขนากกับต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือบางทีแทนที่จะเป็นว่าถูกรถชนก็แค่ลื่นล้มเองและแค่เคล็ดยอกนิดหน่อยเท่านั้น

หรือหากต้องมีการบาดเจ็บเลือดออกด้วย ก็จะเป็นแค่มีดบาดมือหรือถูกเสี้ยนหนามตำเอาให้เสียเลือดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพียงแต่ช่วงนั้นก็จะมีเรื่องให้เจ็บตัวบ่อยหน่อยเท่านั้น แต่เป็นการเจ็บเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นเหมือนกับว่าท่านช่วยแบ่งซอยเคราะห์ใหญ่ออกให้เล็กลงแทนที่จะเจ็บหนักครั้งเดียวไปเลยก็กลายเป็นเจ็บครั้งละเล็กน้อยแต่บ่อยเท่านั้น แต่ยังไงก็มีกรรมที่ต้องให้อยู่ดี

 

และหากคนมีองค์หากถึงคราวที่ลำบากที่ต้องมีทุกข์มีปัญหาก็ต้องลำบากก็ต้องพบปัญหาเช่นกัน เพียงแต่ว่าช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับปัญหานั้นอาจจะไม่ยาวนานเป็นแค่เพียงช่างเวลาสั้นๆ เท่านั้นแล้วก็จะมีทางออกมาเอง

 

การช่วยเหลือขององค์เทพไม่ใช่ว่าท่านจะลอยมาในอากาศเหมือนที่เห็นในละคร แต่ว่าการช่วยเหลือนั้นก็จะมาในรูปแบบที่แตกต่างกันไปแต่ละโอกาส เช่นหากมีปัญหาเรื่องเงิน ก็อาจมีผู้หยิบยื่นให้อย่างไม่คาดว่าจะได้ หรือถูกหวยได้รางวัลใหญ่พอที่จะช่วยได้ คิดอย่างไรเสียก็จะไม่ถึงขนาดกับต้องตกอับพอเข้าตาจนจริงๆ ก็จะมีทางออกมาช่วยในรูปแบบต่างๆ อย่างไม่น่าเชื่อ

แต่อย่างไรก็ตามที่ต้องรับผลกรรมเช่นกันกับคนทั่วไปเพียงแต่อาจจะไม่หนักเท่า ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำการประพฤติและการปฏิบัติด้วยว่าดีหรือไม่รวมถึงบุญบารมีที่ทำไว้ด้วยว่าเป็นเช่นไร หากมีองค์แต่ไม่อยู่ในศีลกินในธรรม เป็นคนที่มีใจบาปหยาบช้าไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่รู้จักละอายต่อบาปกรรมแล้วละก็ไม่ว่าเทพพรหมองค์ไหนก็ไม่อาจที่จะช่วยปกป้องคุ้มครองได้

 

ตีแผ่ แฉความจริง ร่างทรงสามารถรู้เห็นได้ทุกเรื่องหรือไม่

 

การที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์และองค์เทพเบื้องบนท่านจะมาช่วยปกป้องคุ้มครองนั้นเราต้องมีกระแสแห่งบุญด้วย ท่านจึงจะสามารถที่จะให้การปกป้องช่วยปกป้องรักษาได้ หากเป็นคนไม่ดีแล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่อาจที่จะให้ความคุ้มครองได้

 

ไม่ใช่เพียงแค่คนที่มีองค์หรือคนที่เป็นร่างทรงเท่านั้นที่จะได้รับการปกป้อง การคุ้มครองจากเบื้องบน จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าใครบนโลกใบนี้ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครองจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน หากคุณเป็นคนดี รู้จักกลัวบาป กลัวกรรม รู้จักผิดชอบชั่วดี รู้สึกละอายต่อบาป ดำรงชีวิตเป็นคนดีมีศีลธรรมจรรยา ไม่ใช่แค่ได้รับความคุ้มครองจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ชีวิตของคนคนนั้นก็จะไม่มีวันตกต่ำลงเพราะอำนาจแห่งบุญบารมีจากกุศลธรรมที่ทำไว้

 

       เพราะทุกคนที่อยู่บนโลกใบนี้มีกรรมลิขิตให้ชีวิตเป็นไปทุกคนให้ตกต่ำหรือว่ามั่งมี

 

       ดังนั้นว่าจะเป็นผลกระทบจารการก่อกรรมดีหรือก่อกรรมชั่วก็ต้องได้รับผลนั้นอย่างไม่สามารถที่จะหลบพ้น ทำดีไว้มากเท่าใดก็ย่อมจะได้รับผลดีมากเท่านั้น และเช่นกันหากทำชั่วไว้มากก็ย่อมต้องได้รับผลของความชั่วมากด้วยเช่นกัน

 

         มีบางคนอาจจะค้านว่าทำความดี ทำบุญมากมายมาเกือบทั้งชีวิตแล้วทำไมยังคงลำบากยังจนอยู่ ยังคงยังทุกข์อยู่ไม่เห็นชีวิตจะดีขึ้นเลย แล้วจะเชื่อได้อย่างไรว่าทำบุญแล้วกุศลผลบุญจะส่งผลให้ชีวิตพบกับความสุขความเจริญ แล้วบางคนรู้เห็นอยู่ว่าคดโกงแล้วเขายังอยู่สุขสบาย ยังมีหน้าตาสังคมให้การยกย่องเชิดชู

         ทั้งนี้หากเราจะมองกด้วยหลักการเวียนว่ายตายเกิดที่ว่า หนึ่งชีวิตที่เกิดมาบนโลกใบนี้ไม่ได้เกิดมาเพียงชาตินี้เพียงชาติเดียวเท่านั้น กว่าที่จะเกิดเป็นเราในชาตินี้ในภพชาติก่อนๆ นั้น เราได้ทำอะไรไว้บ้างเราไม่อาจที่จะรับรู้ได้ แต่ผลของการกระทำนั้นๆ ของเราในอดีตชาติไม่ว่าจะเป็นผลของการกระทำความดีหรือการกระทำความชั่วก็ตามก็ยังคงส่งผลมาสู่เราในภพชาติปัจจุบันอยู่ดี

 

       การที่เราต้องประสบกับความทุกข์ยากในภพชาตินี้ ก็อาจเป็นเพราะในอดีตชาติเราอาจก่อกรรมหนักไว้ก็เป็นได้

 

       ดังนั้นการสร้างความดี สร้างกุศลผลบุญของเราจึงยังไม่สามารถที่จะส่งผลให้เราได้รับในชาตินี้ เพราะผลกรรมที่เราเคยทำเอาไว้นั้นมีมาก เราจึงต้องรับกรรมนั้นก่อนจึงจะสามารถได้รับความสุขและผลของบุญ ส่วนคนที่เขาทำชั่วแต่ยังได้รับความสุขสบายนั้นเป็นเพราะว่าในอดีตชาตินั้นเขาเคยได้สร้างบุญสร้างกุศลเอาไว้มาก เขาจึงยังได้รับความสุขความสบายความร่ำรวยจากผลบุญจากกุศลที่เคยสร้างเอาไว้อยู่ดี

 

ตีแผ่ แฉความจริง ร่างทรงสามารถรู้เห็นได้ทุกเรื่องหรือไม่

 

แต่กรรมที่เขาได้สร้างไว้ในปัจจุบันชาตินั้นก็รอที่จะให้เขาชดใช้อยู่เช่นกันหากวันใดที่อำนาจบารมีแห่งบุญนั้นน้อยลงกว่าผลกรรมเมื่อไหร่ เมื่อนั้นก็ถึงเวลาที่เขาจะต้องรับกรรมนั้นอย่างแน่นอน

 

บางคนอาจจะมีความคิดที่ว่าผลกรรมนั้นเป็นเรื่องของภพหน้าชาติหน้า ขอชาตินี้ร่ำรวยสุขสบายไว้ก่อนชาติหน้าจะรับกรรมอย่างไรตอนนั้นตัวเองไม่รับรู้แล้ว แสดงว่าคนๆ นั้นเป็นคนที่เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจเพราะแม้กระทั่งกับตัวเองก็สามารถที่จะสร้างกรรมไว้ให้รับรู้ได้ เพราะไม่ว่าจะชาติหน้าจะต้องเกิดใหม่เป็นใครหรือเป็นอะไร จิตนั้นวิญญาณนั้นก็จะเป็นของตนเองอยู่ดี ถึงจะปฏิเสธไม่รับรู้แต่ก็หนีความจริงไม่พ้นอยู่ดี

 

       การสร้างบุญสร้างกุศลนั้นแม้จะไม่อาจที่จะลบล้างกรรมที่เคยก่อเอาไว้แต่ก็สามารถที่จะทำให้กรรมนั้นเบาบางลงได้ ตัวอย่างเช่น หากกรรมนั้นเปรียบเหมือนน้ำเสียที่อยู่ก้นบ่อส่งกลิ่นเหม็นที่จะใช้ดื่มกินหรือทำประโยชน์อันใดได้เลย แต่พวกเราสร้างกรรมดีเปรียบเหมือนการเติมน้ำบริสุทธิ์ที่ใสสะอาดลงไปในบ่อ หากเราทำดีมากๆ สร้างกุศลเยอะๆ พอนานวันเข้าจำนวนน้ำดีน้ำสะอาดมีมากกว่าน้ำเสีย น้ำนั้นก็จะไม่ส่งกลิ่นเน่าเหม็นออกมา สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ เช่นกัน ถ้าเราสร้างบุญให้มากกว่ากรรม แล้วบุญจะส่งผลต่อชีวิตของเราได้มากกว่าผลกรรมอย่างแน่นอน

       หากจะมีความกล่าวว่าชีวิตไม่มีความแน่นอนทุกสิ่งไม่อาจคาดเดาได้ ทั้งนี้เพราะทุกคนไม่อาจที่จะรู้ว่าเมื่อใดผลกรรมที่เคยสร้างเอาไว้ไม่ว่าดีหรือร้ายจะส่งผลมาถึงชีวิตเมื่อไหร่นั้นเอง การเตรียมพร้อมกับชีวิตเท่าที่ทุกคนจะทำได้ก็คือการตั้งอยู่ในความไม่ประมาทมีสติในการดำรงชีวิต ใช้หลักธรรมเป็นเครื่องนำพาชีวิต เพื่อชีวิตที่เป็นสุขทั้งในชาตินี้และชาติหน้าต่อๆ ไป

 

Related posts: