แฟชั่น ทันสมัย ชาย หญิง » ชิงสุกก่อนห่าม เปรียบเทียบวัฒนธรรม วัยรุ่นไทย กับ วัยรุ่นพวน

ชิงสุกก่อนห่าม เปรียบเทียบวัฒนธรรม วัยรุ่นไทย กับ วัยรุ่นพวน

12 มีนาคม 2016
866   0

“ชิงสุกก่อนห่าม”
ความแตกต่างระหว่าง”วัยรุ่นไทยสยาม”กับ”วัยรุ่นไทยพวน” เชียงขวาง

“ชิงสุกก่อนห่าม”สุภาษิตไทย ความสำคัญ ที่กำลังถูกลืมไปจากสังคมไทย
“ชิงสุกก่อนห่าม”หมายถึง ทำสิ่งที่ยังไม่สมควรแก่วัยหรือยังไม่ถึงเวลา
(มักหมายถึงการลักลอบได้เสียกันก่อนแต่งงาน)
ใช้เป็นคำสอนหรือเตือนสติว่า… อย่าชิงสุกก่อนห่าม.
เหมือนผลไม้ที่เร่งให้สุกก่อนที่ห่ามตามขั้นตอน จึงไม่อร่อยเท่าที่ควร

ชิงสุกก่อนห่าม เปรียบเทียบวัฒนธรรม วัยรุ่นไทย กับ วัยรุ่นพวน

 

“วัยรุ่นไทพวน”แขวงเชียงขวาง ยังคงเคร่งครัด ด้วยไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม
หมายถึงการกระทำการนั่นเสื่อมเสียชื่อเสียง วงศ์ตระกูล ผิดประเพณีโบราณ

สังคมไทยสู่ยุคสมัย“อยู่ก่อนแต่ง” เด็กนักเรียนมีเพศสัมพันธ์ในโรงเรียน
ครองตำแหน่ง” แชมป์คุณ แม่วัยใส”แห่งอาเซียน และระดับโลก
บ่งบอกถึง”วัฒนธรรม อันอ่อนแอ”ของการศึกษาไทย ไม่ให้ความสำคัญ

เยาวชนไทย 30 เปอร์เซ็นต์ แข่งกันสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังไม่กี่แห่ง
อีก 70 เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลไทย”ไม่เคยสนใจ”กลายเป็นบัณฑิตชั้นสอง
ไม่เหลียวมอง เสริมสร้างคุณสมบัติอื่นใด นอกจาก”ทำข้อสอบเก่ง”

วัยรุ่นพวน(เทียบม.5)เมืองโพนสวรรค์แขวงเชียงขวางเหมือนกับวัยรุ่นทั่วไป
รักสวยรักงาม ตามสมัยหัวใจเบิกบาน..แต่ประเทศลาว มี”วัฒนธรรมแข็ง”
“อัตลักษณ์”ยังนุ่งซิ่นและยืดมั่นประเพณี และวัฒนธรรมชุมชนเหนียวแน่น

 

 

ชิงสุกก่อนห่าม เปรียบเทียบวัฒนธรรม วัยรุ่นไทย กับ วัยรุ่นพวน

“วัฒนธรรม” จึงเปรียบประดุจ”กฎหมาย สังคม”
“ควบคุมพฤติกรรมผู้คนในสังคม”นั้นๆได้ โดยใช้คำว่าผิดประเพณี ผิดผีฯลฯ
เพราะต้องทำตามประเพณี ของ ชาติพันธุ์ ผู้เฒ่าผู้แก่ที่ทำกันต่อมา

“ชิงสุกก่อนห่าม”ของวัยรุ่นไทพวนเชียงขวาง สปป.ลาว นั้นยังคงเคร่งครัด
วัยรุ่นไม่ผิดฮีตคลอง”ทำให้มีจิตใจมุ่งมั่น”การศึกษาเพื่ออนาคตข้างหน้า

ประเทศไทย“วัยรุ่นนักเรียน นักศึกษา”ชิงสุกก่อนห่ามกันมากมาย
หัวใจแห่งการใฝ่หาอนาคต จึงถูก”แบ่งแยกสมาธิ”ด้วยความรักไร้เดียงสา
ที่ไม่อาจควบคุมตนเองได้”สูญเสียโอกาสทอง”ของชีวิตไปไม่น้อย

สังคมไทย”ดีที่สุดในโลก”เปิดกว้างเรื่องความรักแบบไม่มีเพศมาขวางกั้น
แต่ทิศทางของความรักวัยรุ่นนั้นไม่ใช่ทิศทางที่เข้าจะเดินเข้าไปอย่างเต็มตัว
วันรุ่น วัยศึกษา ย่อมมุ่งหาอนาคตแล้วจึงมีครอบครัวเพื่อความมั่นคงของชีวิต

“วัฒนธรรม เคลื่อนเมือง….. เมือง เคลื่อนประเทศ”
(เพื่อนฮัก ทวิโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์..ว่าไว้) ประเทศใดที่ไร้วัฒนธรรม
ไม่เห็นคุณค่าของวัฒนธรรม. ย่อมหาความเป็นตัวตนไม่ได้ ไม่รู้ว่า
”รากของประเทศอยู่ที่ไหน”ก็อยู่ที่วัฒนธรรมนี่ไงคือ“กฎหมายของสังคม”

(ภาพ..นักเรียนมัธยม ม.5 แขวงเชียงขวาง(จังหวัด)สปป.ลาว
เลิกเรียนแล้วแว๊ะกินเบียร์ลาว แก้หนาวแล้วกลับบ้านตามเวลา …)

ขอบคุณบทความจาก  อาจารย์ ถนัด ยันต์ทอง

 

กลุ่มลูกหลานไทยพวน  https://www.facebook.com/groups/1660637340881728/

Related posts: