สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ องค์เทพ ขอหวย » ศาลตายายเมืองสุพรรณผู้เมตตาและศักดิ์สิทธิ์แห่งสุพรรณบุรี

ศาลตายายเมืองสุพรรณผู้เมตตาและศักดิ์สิทธิ์แห่งสุพรรณบุรี

24 มิถุนายน 2016
101   0

“ศาลตายาย”เมืองสุพรรณ

“ผีบ้าน”ผู้เมตตาและศักดิ์สิทธิ์ แห่งสุพรรณบุรี
ศาลแห่ง”ความกตัญญู”ต่อ บรรพบุรุษคนสุพรรณ

“ผีบ้าน”กับ “ผีเรือน” นั้นแตกต่างกัน
“ผีเรือน”หมายถึงผีในเรือนคือบ้านหลังที่อยู่อาศัยเฉพาะบ้านใครบ้านมัน
แต่ “ผีบ้าน”นั้น”ใหญ่กว่าผีเรือน”คือ หลายเรือนรวมกันเป็น”หมู่บ้าน”

“ผีบ้าน” คือ ตัวแทนของหมู่บ้านจึงเรียกว่า” ศาลประจำหมู่บ้าน”
ถือเป็นผีที่มีอำนาจมากที่สุด ที่เคารพนับถือ ร่วมกันทั้งหมู่บ้าน

จาก”ผีบ้าน”เมื่อหมู่บ้านนั้นพัฒนา”ผีก็พัฒนา”ยกระดับขึ้นไปด้วย
ตามความเจริญ ของหมู่บ้าน ผีบ้านก็เป็นหลักบ้าน หลักเมือง
พระเสื้อเมือง เสื้อเมือง กลายเทพเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปในที่สุด

ศาลตายายเมืองสุพรรณผู้เมตตาและศักดิ์สิทธิ์แห่งสุพรรณบุรี

**************************************************************
พระนิพนธ์ ของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เขียนถึงเมืองสุพรรณ
มีศาลเจ้ามากมาย ไว้ว่า
.

 

“เมืองสุพรรณแปลกกับเมืองอื่นๆ บรรดาที่ได้เคยเห็นมาแต่ก่อน
คือ อย่างหนึ่ง มีศาลเจ้ามากกว่าไหน ๆ หมด จะไปทางไหน ๆ
ในบริเวณเมืองเป็นแลเห็นศาลเจ้าไม่ขาดสายตา เป็นศาลขนาด
ย่อม ๆ ทำด้วยไม้แก่นมุงกระเบื้องก็มี ทำแต่ด้วยไม้ไผ่มุงจากก็มี
ล้วนมีผ้าแดงหรือผีสีชมพูห้อยไว้เป็นเครื่องหมาย
สังเกตเพียงตรงที่จวนเจ้าเมืองมีศาลเจ้ารายรอบถึงสี่ศาล
***อาการส่อว่า ชาวเมืองสุพรรณเห็นจะกลัวเกรงเจ้าผีเป็นนิสัย
สืบกันมาช้านาน ที่เรียกว่าเจ้าผีนั้นต่างกับเทพารักษ์ บอกอธิบาย
ให้เข้าใจง่าย ๆ เทพารักษ์ คือ เทวดาที่บุญพามาอยู่ประจำพิทักษ์
รักษาอาณาเขตแห่งใดแห่งหนึ่งให้อยู่เย็นเป็นสุข แต่เจ้าผีนั้นคือ
มนุษย์ที่สิ้นชีพไปแล้ว ผลกรรมทำให้ต้องท่องเที่ยวเป็นผีอยู่
ยังไม่สามารถไปถือกำเนิดใหม่ได้ ถ้าผีไม่ชอบใจใครก็อาจทำร้าย
ให้เดือดร้อนรำคาญ เพราะฉะนั้น คนจึงกลัวผี ถ้าเชื่อว่า แห่งใด
เป็นที่มีผีสิงอยู่ก็ต้องเอาใจผี เช่น ปลูกศาลให้สำนักและเซ่นวัก
เรียกว่า “เจ้า” มิให้ผีเบียดเบียน บางทีที่กล่าวกันว่า
เทพารักษ์หลักเมืองสุพรรณดุร้าย จะเกิดแต่ชาวสุพรรณ
เอาคติเจ้าผีไปปน กับเทพารักษ์ก็เป็นได้ (พ.ศ.2435)

ศาลตายายเมืองสุพรรณผู้เมตตาและศักดิ์สิทธิ์แห่งสุพรรณบุรี

*** *************************************************
***กรมพระยาดำรงฯแยกประเด็นเป็นผีดีคือ”เทพารักษ์“
กับ”เจ้าผี”ที่คอยเบียดเบียนมนุษย์ ทำให้คนสุพรรณกลัว
จึงสร้างศาลไว้มากมาย

 

 

…..หากได้พิจารณาเชิงชุมชนชาติพันธ์จะพบว่า ชุมชนที่อาศัย
อยู่ทั้งในและนอกเมืองสุพรรณนั้น คือชาติพันธุ์ลาว ที่อพยพมา
อยู่มากมาย ในนิราศสุพรรณของสุนทรภู่ได้เขียนไว้ชัด

คนลาว มีทั้ง “ลาวเวียง ลาวพวน”ซึ่งคนเหล่านี้ ไม่ได้สร้างศาล
เพราะความกลัวอย่างเดียว แต่เกิดจากประเพณีวัฒนธรรม
ความเชื่อดังกล่าว “ที่สร้างศาลบรรพบุรุษประจำหมู่บ้าน”
ส่วนมอญนั้น นับถือผีมอญก็จริงแต่ ศาลผีมอญนิยมทำไว้ที่วัด

**ศาลของชาติพันธุ์ต่างๆเรียกชื่อ ดังนี้”ศาลปู่ย่า/ ศาลปู่ตา/
ศาลตาปู่ /ศาลตายาย..ที่เรียกแบบนี้ ไม่มีชื่อเฉพาะ
คือ ศาลบรรพชนที่มาบุกเบิกหักร้างถางพง พัฒนาบ้านเรือน
หากศาลยุคต่อมา คือมีชื่อประวัติชัดเจนเช่นศาลเจ้าขุนทองฯลฯ

ศาลตายายเมืองสุพรรณผู้เมตตาและศักดิ์สิทธิ์แห่งสุพรรณบุรี

การเรียกชื่อ”ศาลบรรพชน/ศาลบรรพบุรุษ” มีที่มา ดังนี้
1.“ศาลปู่ย่า”
ส่วนมาก”ชาวเหนือ”และ”ชาวเชียงขวางเดิม”ใช้
หมายถึง”บ้านที่มีความเจริญมั่นคง” จนเรียกว่า”เมือง”
เช่น”บ้านเมืองเปียงมหาชัย”ใช้คำว่า”ศาลปู่ย่า”เนื่องจาก
เป็น”เมืองเก่า” ตั้งบ้านเรือนมั่นคงและที่ใช้คำว่า”ปู่ย่า”
เพราะให้ ความสำคัญ บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขแล้ว
***ให้เกียรติทั้งฝ่ายชายและหญิง..จึงนำมาใช้ทั้ง “ปู่และย่า”

2.“ศาลปู่ตา”.
เป็นศาลลำดับชั้นต่อมาสร้างตอน”บ้านเมืองที่ก่อร่างสร้างตนเองใหม่”
ต้องใช้”ความกล้าหาญ”มานะอดทน บุกเบิก บุกบั่น
ของผู้นำ(ผู้ชาย)เป็นหลักใหญ่
***ให้ความสำคัญกับเพศชาย คือ”ปู่กับตา” เป็นสำคัญ
เป็น”พ่อ”ของทั้งฝ่ายชาย(ปู่) ฝ่ายหญิง(ตา)
…ย่ากับยายไม่เป็นไร ถือเป็นฝ่ายสนับสนุน
ส่วนมากไทยลาว ในไทยใช้คำว่า”ศาลปู่ตา”หรือ “ศาลตาปู่”
เนื่องจากอพยพกันมาเป็นหมู่บ้าน ต่างบ้านต่างเมืองกัน

3.”ศาลตายาย”
สำหรับ”ศาลตายาย” นั้นใช้ “ภาคกลาง”และ”ภาคใต้”โดยทั่วไป
(กัมพูชา อาจหมายถึงปู่ย่าด้วยก็ได้)
“ตายาย”มีความหมายถึงตัวแทนบรรพบุรุษ ทีมาบุกเบิกก่อน
จับจองที่ดิน ซึ่งอาจนานร้อยๆปีมาแล้วจากที่ดินรกร้างว่างเปล่า
จนเป็นที่อยู่อาศัย ทำมาหากินแก่ลูกหลานในปัจจุบัน

“ประวัติของศาลตายาย” ตามข้อมูลสุพรรณ
ไม่มีใครรู้ประวัติที่มาชัดเจน สถานที่พำนักของตายายเรียกว่า
ทางสี่แพ่ง นับว่าเป็นชุมทาง หรือว่าเป็นประตูป่าสมัยโบราณกาล
ประชาชนทั่ว 4 ทิศ ผู้ใดจะไปสารทิศใดจะต้องผ่านทางสี่แพ่ง
อันเป็นสถานที่พำนักของตายายนี้ ศาลตายายเป็นที่นับถือ
ของคนจำนวนมาก มีการอัญเชิญตายายไปสิงสถิตตามศาล
ที่สร้างในชุมชนหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อสักการบูชา ส่วนศาลตายาย
ที่ถนนนางพิมสร้างเป็นศาลาทรงไทย ยกพื้นมีชานด้านหน้า
มีรั้วรอบขอบชิด สร้างรูปหล่อตายายประดิษฐานไว้
เป็นที่เคารพสักการะ”(อ่านรายละเอียดในภาพ)

ศาลตายายเมืองสุพรรณผู้เมตตาและศักดิ์สิทธิ์แห่งสุพรรณบุรี

***********************************
“ศาลตายาย”ถือเป็นบรรพบุรุษของคนสุพรรณ

 

คนสุพรรณถือว่าเป็นลูกหลานของ..ตา-ยาย.มาตลอด
ศาลตา-ยาย”ยุคแรกคือ ผีบ้าน”เมื่อสุพรรณเจริญขึ้น
ชื่อศาลตายาย บอกได้ว่า “ผู้ตั้งศาล”คือคนสุพรรณเจ้าของ
พื้นที่เดิม”ภาคกลาง”นั้นนิยมเรียก “ศาลตายาย” เช่นเดิม
ไม่มีการเฉลิมฉลองเมืองที่จะยกระดับผีบรรพชนขึ้นเป็นเทพได้

4.”ศาลเจ้าที่” กับ”ศาลพระภูมิ”
ถือเป็นผีเรือน สร้างในที่ใครที่มัน เฉพาะโฉนดที่ของพื้นที่นั้น
แต่เดิมมากับบรรพชน “คนบุกเบิกรุ่นแรก”ถือเป็น”เจ้าที่”
….ตรงกับความเชื่อของไทยภาคกลาง แยกเป็น 2 องค์ คือ
….1.พระภูมิ”
….2. “เจ้าที่”
เชื่อว่าที่แผ่นดิน มี”พระภูมิ”เจ้าของแบบเทวดาอารักษ์
ที่ชื่อ..พระชัยมงคล..สร้างเป็นเสาเดียว..
ส่วน”เจ้าที่”หมายถึงผู้มาบุกเบิกคนแรกสร้างเป็นบ้านสี่เสา.
แต่เป็นบ้านใครบ้านมัน

สร้างศาล คือ การไหว้สิ่งที่ตนเองเคารพนับถือหรือบรรพบุรุษ
สอนให้รู้จักแสดง ความกตัญญู ต่อบรรพบุรุษ เผื่อแผ่ไปถึง.
วิญญาณสัมภเวสี ฝึกนิสัยใจกายให้เป็นคนอ่อนน้อมมีน้ำใจ

สร้างอนุสาวรีย์ฯพณฯบรรหาร ข้าง”ศาลตายาย”เหมาะสมหรือไม่?
พิจารณาตามประวัติความเป็นมาของ”ศาลตายาย”
ที่มาคือ”บรรพบุรุษ ของคนสุพรรณ” อนุสาวรีย์ฯหากสร้างที่นี
นอกเขตหอคอยเฉลิมพระเกียรติฯก็นับว่ามีความเหมาะสมดีกว่า
สร้างทีศาลหลักเมือง(เทียมเทพ) สร้างในหอคอย คือ(เทียมเจ้า)
ที่หอเกียรติยศทีราชการปัญหาอนาคตกฎระเบียบความปลอดภัย
และความน่าสนใจน้อยกว่าจุดอื่น.การจัดงานแบบเปิดทำได้ลำบาก

ฯพณฯบรรหาร.ต่อไปคือ”บรรพชนคนสุพรรณ”มีคุณุปการอย่างสูง
จึงเหมาะสม ที่จะสร้างไว้ที่ “บริเวณนอกหอคอยฯ”ข้างศาลตายาย
การจัดงานพร้อมกับงานประจำปีของ”ศาลตายาย” ยิ่งใหญ่ทุกๆปี

ภาพ..เหรียญตายาย ปี 2525 คุณลุงวิเชียร จันทร์ตรี มอบให้เป็น
แบบตอนผมทำ”ศาลปู่เจ้าย่าเมือง”ปี 2548 ขอบคุณภาพในเน็ตฯ

 

เรียบเรียงโดย อาจารย์ ถนัด ยันต์ทอง ปราชญ์ชาวบ้านเมืองสุพรรณบุรี(ผู้ชำนาญการเรื่องชนชาติ ไทพวน)

Related posts: