สัพเพเหระ ไอที เทคโนโลยี สุขภาพ เรื่องแปลก เรื่องน่ารู้ ทั่วโลก » นักร้องลาวครั่งผู้เป็นตำนานเสียงหวานของจ่อยไมค์ทองคำเขาคือ

นักร้องลาวครั่งผู้เป็นตำนานเสียงหวานของจ่อยไมค์ทองคำเขาคือ

17 กันยายน 2016
459   0

“ลาวครั่ง”
ที่”เสียงหวานที่สุด”ในประเทศไทย

“ศรศรี คีรีพันธุ์”ต้นแบบเสียงหวานของ”จ่อย. ไมด์ทองคำ”
แชมป์เพลงลูกทุ่ง”ไมด์ทองคำ”คนแรกของประเทศไทย

นายสำราญ แก้วบัวดี “ศรีศรี. คีรีพันธุ์”
บุคลสำคัญ. “ด้านประวัติศาสตร์เพลงลูกทุ่ง”
รางวัล”คนดีศรีเมืองเหน่อ”จังหวัดสุพรรณบุรี ปี๒๕๕๙

ศรศรี คีรีพันธ์ “นักร้องลูกทุ่ง”ลาวครั่ง”ตำบลสระพังลาน
อำเภออู่ทอง. จังหวัดสุพรรณบุรี “ต้นแบบเสียง” ของจ่อย. ไมด์ทองคำ
นักร้องผู้มีเสียงละม้ายคล้ายกับ ราชาเพลงหวาน”ศรคีรี. ศรีประจวบ”
ชนิดหากหลับตาฟังแทบจะแยกกันไม่ออก. มีชื่อเสียงโด่งดังพอสมควรทีเดียว

เขาผู้นี้คือ”ต้นแบบต้นเสียง”ของ”จ่อย ร่วมมิตร”หรือ”จ่อย ไมด์ทองคำ”
ทำไม? จ่อย. ไมด์ทองคำ จึงมีน้ำเสียงและบุคลิกคล้ายกับ ศรศรี. คีรีพันธุ์ มากนัก
ขอนำประวัติ ที่หายากของ. ศรศรี คีรีพันธุ์ โดย”คุณสัมพันธ์. พัทลุง”มาให้อ่านก่อน
*************************

นักร้องลาวครั่งผู้เป็นตำนานเสียงหวานของจ่อยไมค์ทองคำเขาคือ

ประวัติ ศรศรี คีรีพันธ์ โดยคุณสัมพันธ์ พัทลุง(ตำนานลูกทุ่งเคลื่อนที่เมืองไทย)

ศรศรี คีรีพันธ์ ชื่อจริง สำราญ แก้วบัวดี เกิดเมื่อ 14 เม.ย.2493 ที่ ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี พ่อชื่อ น้อย(เป็นผู้ใหญ่บ้าน) แม่ชื่อ อร แก้วบัวดี มีพี่น้อง 7 คน เป็นคนที่ 4
อาชีพหลักของทางบ้านคือทำนา จบการศึกษาชั้น ป.4 จาก รร.วัดสระพังลาน

หลังจบ ป.4 ก็ช่วยพ่อแม่ทำนาทำสวน ที่ไหนมีงานประกวดร้องเพลงก็ร่วมประกวดไปด้วย
จนอายุได้ 18 ปี พี่ชายเห็นว่าเสียงดีจึงพาไปฝากไว้กับวงดนตรี “สมบัติ บุญศิริ” อยู่ได้ 4-5 เดือน ไม่ค่อยมีงานร้องเพลงจึงลาออก หลังจากนั้นก็ไปอยู่กับวง “ศักดิ์ โกศล” ที่วงนี้ทำให้เขา
พอลืมตาอ้าปากได้ มีโอกาสได้ออกร้องเพลงหน้าเวทีบ่อย ได้ออกเดินสายไปกับวงทุกงาน

ราวเดือนกุมภาพันธ์ 2515 หลังศรคีรี ศรีประจวบ เสียชีวิต ทีมงานศรคีรีนำโดยครูสมนึก ปราโมทย์ ได้จัดประกวดร้องเพลงขึ้นที่สถานีวิทยุยานเกราะขวัญใจชนบท บางกระบือ เพื่อหานักร้องเงาเสียงศรคีรี ไปทำหน้าที่ร้องเพลงหน้าเวทีแทนศรคีรี เขาได้ทราบข่าวก็ไปสมัครด้วย มีนักร้องไปสมัครกันร่วม 4,000 คน มีกรรมตัดสิน 4 คน คือ�1.ครูไพบูลย์ บุตรขัน�2.ครูพยงค์ มุกดา�3.ครูสุรินทร์ ภาคศิริ�4.ครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา

คัดเลือกกันเป็นเดือน ตั้งแต่รอบแรก รอบ 2 และรอบสุดท้ายเหลือนักร้องอยู่ 2 คน คือ “สำราญ แก้วบัวดี และ “เฉลียว น้ำเพชร” คณะกรรมการจึงตัดสินให้ทั้ง 2 คนเป็นเงาเสียงศรคีรี ศรีประจวบ ไปเดินสายกับวงได้ทั้งคู่ แต่ครูไพบูลย์ชี้ขาดว่า ให้สำราญ แก้วบัวดี เป็นเบอร์ 1 เป็นผู้ที่สวมชุดศรคีรีออกหน้าเวที เพราะนอกจากเสียงคล้ายแล้ว รูปร่างหน้าตาก็คล้ายกัน
หลังเสร็จการประกวดในวันนั้นช่วงบ่ายๆ พอตอนเย็นสำราญก็ไปขึ้นเวทีทำหน้าแทนศรคีรีทันที ซึ่งวันนั้นวงศรคีรีทำการแสดงรอบค่ำที่โรงภาพยนตร์แถวสำโรง สมุทรปราการ

พอไปถึงทางทีมงานได้เตรียมชุดศรคีรีไว้ให้เรียบร้อยแล้ว สำราญสวมใส่ได้พอดีเป๊ะ พอถึงเวลาที่ศรคีรีต้องออกร้องหน้าเวที สำราญ แก้วบัวดี ก็ออกไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้อย่างยอดเยี่ยม เริ่มตั้งแต่เพลง “คิดถึงพี่ไหม” ท่ามกลางเสียงปรบมืออย่างกึกก้อง เคล้าผลมเสียงร้องไห้จากแฟนเพลงหน้าเวที ท่ามกลางหยาดน้ำตาของทีมงานนักดนตรีและนักร้อง ทั้งที่อยู่บนเวทีและหลังเวที บรรยากาศตกอยู่ในภวังค์แห่งความเศร้า ทำให้เขาต้องเศร้าไปด้วย คืนนั้นเขารองเพลงศรคีรีเพียง 7 เพลง

นักร้องลาวครั่งผู้เป็นตำนานเสียงหวานของจ่อยไมค์ทองคำเขาคือ

การวางตัวบนเวทีระหว่างสำราญ แก้วบัวดี และเฉลียว น้ำเพชร นั้น เฉลียว น้ำเพชร จะออกร้องก่อน โดยจะร้องเพลงยุุคแรกของศรคคีรี เริ่มตั้งแต่เพลง บุพเพสันติวาส, วาสนาพี่น้อย, น้ำท่วม ฯลฯ ส่วนสำราญ แก้วบัวดี จะออกร้องในช่วงที่หัวหน้าวงออก หลังจากทีมงานนำรูปของศรคีรีออกมาวางหน้าเวที สำราญก็จะออกมาร้อง โดยจะเปิดตัวด้วยเพลง “คิดถึงพี่ไหม” ก่อน ต่อจากนั้นก็ร้องเพลงในยุคกลาง ๆ ไปจนถึงเพลงยุคท้ายของศรคีรี ส่วนเฉลียว น้ำเพชร ร้องเพลงหน้าเวทีอยู่ได้ไม่กี่งานก็ลาออกไป เนื่อจากสำราญ แก้วบัวดี เป็นตัวหลักอยู่แล้ว

สำราญ แก้วบัวดี เป็นตัวแทนศรคีรีอยู่ประมาณ 3 เดือน บังเอิญวงหยุดงาน 1 วัน จึงลากลับบ้าน แต่จะเป็นเรื่องอาถรรพ์ หรือถึงคราวเคราะห์กรรมก็สุดจะคาดเดา เขาขับรถจักรยานยนต์ไปเฉี่ยวชนกับรถสิบล้อ ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส นอนโรงพยาบาลเป็นเดือน ในระหว่างนั้นทางวงศรคีรีจึงแก้ปัญหาด้วยการเชิญ “วิไล พนม” มาทำหน้าที่แทนสำราญ เพราะเห็นว่าร่องเสียงใกล้เคียงกัน หลังไปแสดงจนหมดงานที่รับไว้ ภรรยาของศรคีรีพร้อมทีมงานจึงประกาศยุบวง

สำราญ แก้วบัวดี หลังจากหายเป็นปกติ ก็กลับมาบ้านศรคีรีที่ซอยศาสนา ริมคลองประปา สามเสน กรุงเทพฯ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาในการทำหน้าที่แทนศรคีรี สำราญก็พักอยู่ที่นี้ตลอด
คุณบุนนาค ทองประสงค์ ภรรยาศรคีรี สงสารจึงไปฝากไว้กับครูไพบูลย์เพื่อให้ครูไพบูลย์ดูแลต่อ ครูไพบูลย์ก็รับเพื่อสนับสนุนต่อไปทันที แต่งเพลงเตรียมไว้ให้บันทึกเสียง 1 เพลง ชื่อเพลง “กล่อมใจแรมจันทร์” ตั้งชื่อให้ใหม่ว่า “ศรศรี คีรีพันธ์ แล้วครูก็ลงทุนตั้งวงดนตรีให้ ซื้อเครื่องดนตรีไว้พร้อม ทำสแตนวงศรศรี คีรีพันธ์ ไว้เสร็จเรียบร้อย แต่ยังไม่ทันเปิดวง ครูไพบูลย์ บุตรขัน ก็เสียชีวิตเสียก่อน เมื่อ 29 สิงหาคม 2515 ถือเป็นโชคร้ายของเขา

นักร้องลาวครั่งผู้เป็นตำนานเสียงหวานของจ่อยไมค์ทองคำเขาคือ

หลังจากนั้น สมขาย ทองขาว ก็พาไปฝากให้เป็นนักร้องประจำวงดนตรี “เพลิน พรหมแดน” และที่วงเพลินนี่เอง ทำให้เริ่มมีชื่อเสียงในฐานะนักร้อง ในช่วงแรกสมชาย ทองขาว เห็นเขายังมีอาการซึมๆ อันเนื่องมาจากการผิดหวังที่ไม่ได้ตั้งวง สมชาย ทองขาว ก็เลยนำไปร้องเพลงบันทึกเสียงให้ 1 เพลง เพื่อเป็นการปลอบใจ คือเพลง “กล่อมใจแรมจันทร์” ที่ครูไพบูลย์แต่งไว้ให้ นับเป็นเพลงแรกที่ได้บันทึกเสียง หลังจากนั้นประมาณ 1 ปี เพลิน พรหมแดน ก็สนับสนุนให้เขาได้ร้องเพลงบันทึกเสียงถึง 6 เพลงด้วยกัน คือ�1.ลูกชายเจ้าพ่อ�2.บัลลังก์รักคนยาก�3.มะลิยอดรัก�4.หวงเธอเพราะ รัก�5.ปองดอกฟ้า�6.คิดถึงคืนเดือนหงาย

อยู่กับเพลิน พรหมแดน ได้ 11 ปี นอกจากร้องเพลงแล้ว ยังทำหน้าที่ช่วยคุณสกุนตลาออกแบบชุดให้กับนักร้องและหางเครื่องด้วย
ในปี พ.ศ.2527 ก็ย้ายไปอยู่กับพุ่มพวง ดวงจันทร์ ทำหน้าที่รัองเพลงและออกแบบชุดเหมือนเดิม

ในช่วงนี้คุณชัย ศิษย์ประเสริฐ ได้ลงทุนให้บันทึกเสียง 60 เพลง โดยการนำเพลงเก่าของศรคีรีบ้าง ของนักร้องอื่นบ้าง มาให้ร้องใหม่ ตามที่เราได้ฟังกันอยู่ปัจจุบัน
ออกจากวงพุ่มพวงก็ไปอยู่กับยิ่งนง ยอดบัวงาม ทำหน้าที่ร้องเพลงร้องเพลง ออกแบบชุดให้แดน์เซ่อร์
ออกจากวงยิ่งยงก็ไปอยู่กับ ยุ้ย ญาติเยอะ, สุนารี ราชสีมา และ จินตหรา พูลลาภ

ช่วงหลังงานเริ่มซบเซา จึงกลับไปอยู่บ้าน ทำนา ทำสวน และร้องเพลงรับเชิญจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบัน ศรศรี คีรีพันธ์ อยูที่บ้านเดิม ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี มีธุระกิจส่วนตัวเล็กๆ น้อย อยู่ 2 ธุระกิจ คือ�1.เพาะ “ไผ่กิมซุง” ซึ่งเขามีอยู่ถึง 100 กอ ขายเพียง กก.ละ 20 บาท ขายเฉพาะคนละแวกนั้นในแต่ละวันก็เพาะขายแทบไม่ทัน �2.เลี้ยงห่าน เขาเลี้ยงห่านนอกพันธุ์เยอรมันและ ฝรั่งเศส ไว้ 28 ตัว เพื่อขายลูกที่ีโตได้ 4 เดือน นับเป็นธุระกิจที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัวควบคู่ไปกับ “ไผ่กิมซุง” ทำให้บั้นปลายชีวิตของเขาพออยู่ได้ไม่ลำบาก
หากใครผ่านไปแถวสระพังลาน อย่าลืมแวะเยี่ยมเยียนและอุดหนุน “ไผ่กิมซุง” เขาบ้างนะครับ
ข้อมูลประวัติ. โดยสัมพันธ์ พัทลุง. ขอขอบพระคุณอย่างสูง
**************************************************

นักร้องลาวครั่งผู้เป็นตำนานเสียงหวานของจ่อยไมค์ทองคำเขาคือ

ข้อมูล อาจารย์ถนัด. ยันต์ทอง
ในปี๒๕๕๗ บริษัทเวอร์คพ้อยฯ..
จัดการประกวดการแข่งขันร้องเพลงลูกทุ่งชือรายการ”ไมด์ทองคำ”
“จ่อย” รวมมิตร. คงชาตรี
ได้รางวัลชนะเลิศเป็นคนแรก. ด้วยคะแนนขาดลอยจากผู้ชม

ตามประวัติ” จ่อย ไมด์ทองคำ” ลูกชาวนาจากอำเภอบางปลาม้า
สุพรรณบุรี ดินแดนนักร้องลูกทุ่ง. ราชาเพลงแหล่”ศิลปินแห่งชาติ”ไวพจน์. เพชรสุพรรณ และ นักร้องจอมเทคนิค เสรี รุ่งสว่าง

ด้วยความรู้น้อยจึงต้องดิ้นรนมาทำงานในกรุงเทพ แบบไม่เลือกงาน
ทั้งขับมอเตอร์ไซด์ส่งของ. จนถึงกรรมกรรายวันและช่างปูกระเบื้อง
ความเป็นอยู่ยากลำบาก. มีชีวิตอยู่ไปวันต่อวัน

แต่ยังมีสิ่งหนึ่งในใจที่เขาคิดไว้ว่า”สักวันหนึ่ง
หากเขาประสบความสำเร็จ”เขาจะทำตามความฝัน
ที่เขาไว้ตั้งแต่วัยเด็ก จนเขามาประสบความสำเร็จ
เป็น”จ่อย ไมด์ทองคำ”แชมป์ไมด์ทองคำคนแรก

หลังปีพ.ศ.๒๕๕๗ จ่อยไมด์ทองคำจึงได้ทำตามความฝันของเขา
เพราะพอมีเงินทองมากกว่าแต่ก่อน
ชาว”ลาวครั่ง”ตำบลสระพังลาน อำเภออู่ทอง. จังหวัดสุพรรณบุรี
จึงได้เห็นผู้ชายอายุ๔๘ปีมาปรากฏตัวที่บ้านสระพังลาน

เพื่อตามหาผู้ชายคนหนึ่ง ที่เป็นชาติพันธุ์พันธุ์ลาวครั่ง. .
จนในที่สุด. เขาได้พบกับผู้ชายในฝันของเขา
จ่อย. รวมมิตร. จึงได้มีโอกาสได้เห็นผู้ชายคนนี้เต็มตา
ได้กอดและได้กราบเท้าผู้ชายคนนี้ ตามที่เขาใฝ่ฝันมานาน.
ตั้งแต่เด็กผู้ชายคนที่ จ่อย รวมมิตร ตามหานั้นชื่อ. ศรศรี. คีรีพันธุ์

ขอขอบพระคุณข้อมูล “คุณโชติ เอี่ยมสอาด”
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสระพังลาน อำเภออู่ทอง. สุพรรณ
พี่น้องลาวครั่ง ตำบลสระพังลาน ที่ให้ข้อมูลละเอียดยิบ..
และยืนยันว่า. เขียนได้เต็มที่เปิดเผยได้

แต่ผมคิดว่าแค่นี้ก็คงพอให้ได้ทราบแล้วว่ทำไม”จ่อย. ไมด์ทองคำ”
จึงมีเสียงและรูปร่างคล้าย. กับ นักร้องชาย”ศรศรี. คีรีพันธุ์”นัก

ทางที่ถูกต้องต้องเรียกว่า”จ่อย ไมด์ทองคำ”. คือ”ลาวครั่ง
ที่มี”เสียงหวานที่สุด”ในประเทศไทย”ตอนนี้
มีเลือดศิลปินลูกทุ่งเมืองสุพรรณเต็มร้อย จากตำบลสระพังลาน
และอำเภอบางปลาม้าผสมกันอย่างลงตัว

ภาพ. ขาวดำ ศรศรี คีรีพันธุ์ โดย อ.สัมพันธ์ พัทลุง (ตำนานลูกทุ่งเคลื่อนที่)
ภาพสี. จ่อย. ไมด์ทองคำ. รวมมิตร คงชาตรี
ภาพสี ศรศรี. คีรีพันธุ์ ๑๓กันยายน๒๕๕๙ อ.ถนัดยันต์ทอง ถ่ายภาพ

Related posts: